Website Banner

G-Fence
รั้วไม่เป็นสนิม !!

รั้วเหล็กสำเร็จรูป
ชุบกัลวาไนซ์
มาตรฐานการชุบ

 ASTM A 123 

รั้วแข็งแรง ทนทาน
ดีไซน์ทันสมัย รั้วติดตั้งง่าย
เหมาะสำหรับนำมาติดตั้งเป็น
รั้วรอบโครงการ รั้วถนน
รั้วทางหลวง รั้วกั้นอาณาเขต
พื้นที่ว่างเปล่า
หรือรั้วรอบพื้นที่ตาม
ที่ลูกค้าต้องการ

สอบถาม โทร.
02 8897800
081 6267678

   
 
รั้วเหล็กโปร่ง
 โล่ที่ระลึกจาก
พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าโสมสวลี
พระวรราชาทินัดดามาตุ


 
       
       
       


จำนวนผู้เข้าชมวันนี้ 6
จำนวนผู้เข้าชมเดือนนี้ 2197
จำนวนผู้เข้าชมเดือนที่แล้ว 2588
รวมผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด 31957

       KNOWLEDGE                                                                               


 
ขั้นตอนการชุบ Hot-Dip Galvanized         
 
   
 
 
 
 
 
 
 
 


 
การชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน หรือ  ฮอทดิพ (Hot-Dip Galvanized)   เป็นการป้องกันผิวของเหล็กไม่ให้เกิดออกไซด์ขึ้น  หรือสนิม  กับความชื้น  ในอากาศ  ส่งผลให้อายุการใช้งานของเหล็กนานขึ้น  เหมาะกับงานที่ต้องสัมผัสกับความชื้น  หรือการกัดกัดกร่อนของอากาศ  เช่น งานโครงสร้างสำหรับติดตั้งนอกอาคาร (Outdoor) เป็นต้น
กระบวนการชุบ Hot-Dip Galvanized นั้นมีกระบวนการดังนี้

1. การเตรียมงานเหล็ก
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง  ทั้งนี้เพราะหากศึกษาหรือวางแผนงานเหล็กไม่ดีพอ  อาจจะทำให้ไม่สามารถชุบ Hot-Dip Galvanized ได้ เช่น ชิ้นงานเมื่อทำเสร็จแล้วมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะลงชุบในบ่อชุบได้ หรือหากชุบได้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มได้อีกหากไม่ระวัง เช่นการมีสีติดชิ้นงานทำให้ต้องเสียค่าเผาสีเพิ่มจากค่าชุบกัลวาไนซ์  เป็นต้น 

2. การทำความสะอาดผิว
การทำความสะอาดผิว (Surface Cleaning) ก่อนทำการชุบสังกะสี  สามารถทำได้หลายวิธี  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชิ้นงาน
 1.  การล้างด้วยน้ำเพื่อขจัดเศษฝุ่น (Rinsing) หรือผงต่างๆ  ออกจากชิ้นงาน  ใช้สำหรับชิ้นงานธรรมดาที่ไม่ต้องเตรียมผิวพิเศษใดๆ
 2.  การพ่นทราย  (Blast) สำหรับชิ้นงานที่ต้องการความละเอียดของผิวชุบ หรือกรณี Re-galvanize ทั้งนี้การพ่นทรายจะทำให้ผิวของชิ้นงานละเอียด  และเมื่อชุบแล้วจะให้ผิวชุบที่ดี               ทั้งนี้ในบางครั้งการพ่นทรายสามารถแก้ปัญหาชิ้นงานที่มีปัญหาเรื่องผิวได้  เช่น  ชิ้นงานมีสนิมเกรอะกรัง หรือมีสีติดมา
 3.  การเผาผิวของชิ้นงาน (Burn) สำหรับชิ้นงานที่มีสีติดมาต้องขจัดออกโดยการเผาสีด้วยความร้อน เนื่องจากไม่มีกระบวนล้างใดๆที่สามารถเอาสีออกได้ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการ              ชุบกัลวาไนซ์)
4. การล้างด้วยกรด (Pickling) ในกรณีที่ชิ้นงานมีการชุบ Galvanized  หรือ Zinc มาก่อนแล้ว  จะทำให้ไม่สามารถชุบงานได้  ทั้งนี้จะต้องมีการล้าง Galvanized หรือ Zinc ออกจากผิวของชิ้นงานก่อนจึงจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนการชุบขั้นตอนต่อไปได้

3. การล้างด้วยกรดรุนแรง (Pickling)
เมื่อเตรียมผิวชิ้นงานให้สามารถชุบได้แล้ว  จะต้องนำชิ้นงานมาล้างด้วยกรดเข้มข้นอีกครั้ง  ทั้งนี้เพื่อการกัดสนิมขนาดเล็กที่เกาะตามผิวของชิ้นงาน  ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานขั้นต่ำ  3 ชม.  ในกรณีที่ผิวของชิ้นงานมีปัญหา  อาจต้องล้างด้วยกรดเป็นระยะเวลา  24 – 48 ชม.หรือนานกว่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพชิ้นงาน(อาจเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากชิ้นงานมีสภาพผิวที่ไม่ปกติ)  หรือต้องนำไปเตรียมผิวใหม่อีกครั้ง

4. การชุบน้ำยาประสาน (Fluxing)
เมื่อล้างด้วยน้ำกรดเสร็จแล้ว  จะต้องนำชิ้นงานมาชุบน้ำยาประสาน (Flux)  ทั้งนี้เพื่อให้ชิ้นงานยึดติดกัลวาไนซ์ได้ดี 

5. การชุบ Hot-Dip Galvanized
หลังจากชุบด้วยน้ำยาประสานเสร็จแล้ว  จะต้องชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน (Hot-Dip Galvanized) ทันที  ในขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด อุณหภูมิประมาณ 430-460 องศาเซลเซียสโดยการชุบกัลวาไนซ์ แบ่งกรรมวิธีหลังการชุบได้ดังนี้
  - การเขย่า หรือเหวี่ยงทันที ใช้สำหรับงานพวกน็อต สกรู หรืองานขนาดเล็ก
  - การชุบแบบธรรมดาโดยไม่ต้องเขย่าใช้กับชิ้นงานขนาดใหญ่ทั่วไป

6. การตกแต่งผิวงาน( Finishing)
เพื่อให้สภาพผิวมีความสวยงามอาจมีการขัดด้วยตะไบหรือเจียร์ออกหาพบการย้อยหรือมีสังกะสีที่หนาเกินไป

7. การครวจสอบความหนาก่อนส่งมอบงาน(Inspection and Assurance)
จะต้องสุ่มตรวจความหนาของสังกะสีด้วยเครื่องตรวจสอบความหนา พร้อมการตรวจสภาพผิวก่อนส่งมอบเพื่อเป็นการยืนยันได้ว่าตรงตามความต้องการของลูกค้า
 
 

ขอบคุณ YP Engineering 


 
  <<previous     หน้า   next >> 
     
     
Current Pageid = 8