Website Banner

G-Fence
รั้วไม่เป็นสนิม !!

รั้วเหล็กสำเร็จรูป
ชุบกัลวาไนซ์
มาตรฐานการชุบ

 ASTM A 123 

รั้วแข็งแรง ทนทาน
ดีไซน์ทันสมัย รั้วติดตั้งง่าย
เหมาะสำหรับนำมาติดตั้งเป็น
รั้วรอบโครงการ รั้วถนน
รั้วทางหลวง รั้วกั้นอาณาเขต
พื้นที่ว่างเปล่า
หรือรั้วรอบพื้นที่ตาม
ที่ลูกค้าต้องการ

สอบถาม โทร.
02 8897800
081 6267678

   
 
รั้วเหล็กโปร่ง
 โล่ที่ระลึกจาก
พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าโสมสวลี
พระวรราชาทินัดดามาตุ


 
       
       
       


จำนวนผู้เข้าชมวันนี้ 52
จำนวนผู้เข้าชมเดือนนี้ 1555
จำนวนผู้เข้าชมเดือนที่แล้ว 2066
รวมผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด 17270

       KNOWLEDGE                                                                               


 
ขั้นตอนการชุบ Hot-Dip Galvanized         
 
   
 
 
 
 
 
 
 
 


 
การชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน หรือ  ฮอทดิพ (Hot-Dip Galvanized)   เป็นการป้องกันผิวของเหล็กไม่ให้เกิดออกไซด์ขึ้น  หรือสนิม  กับความชื้น  ในอากาศ  ส่งผลให้อายุการใช้งานของเหล็กนานขึ้น  เหมาะกับงานที่ต้องสัมผัสกับความชื้น  หรือการกัดกัดกร่อนของอากาศ  เช่น งานโครงสร้างสำหรับติดตั้งนอกอาคาร (Outdoor) เป็นต้น
กระบวนการชุบ Hot-Dip Galvanized นั้นมีกระบวนการดังนี้

1. การเตรียมงานเหล็ก
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง  ทั้งนี้เพราะหากศึกษาหรือวางแผนงานเหล็กไม่ดีพอ  อาจจะทำให้ไม่สามารถชุบ Hot-Dip Galvanized ได้ เช่น ชิ้นงานเมื่อทำเสร็จแล้วมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะลงชุบในบ่อชุบได้ หรือหากชุบได้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มได้อีกหากไม่ระวัง เช่นการมีสีติดชิ้นงานทำให้ต้องเสียค่าเผาสีเพิ่มจากค่าชุบกัลวาไนซ์  เป็นต้น 

2. การทำความสะอาดผิว
การทำความสะอาดผิว (Surface Cleaning) ก่อนทำการชุบสังกะสี  สามารถทำได้หลายวิธี  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชิ้นงาน
 1.  การล้างด้วยน้ำเพื่อขจัดเศษฝุ่น (Rinsing) หรือผงต่างๆ  ออกจากชิ้นงาน  ใช้สำหรับชิ้นงานธรรมดาที่ไม่ต้องเตรียมผิวพิเศษใดๆ
 2.  การพ่นทราย  (Blast) สำหรับชิ้นงานที่ต้องการความละเอียดของผิวชุบ หรือกรณี Re-galvanize ทั้งนี้การพ่นทรายจะทำให้ผิวของชิ้นงานละเอียด  และเมื่อชุบแล้วจะให้ผิวชุบที่ดี               ทั้งนี้ในบางครั้งการพ่นทรายสามารถแก้ปัญหาชิ้นงานที่มีปัญหาเรื่องผิวได้  เช่น  ชิ้นงานมีสนิมเกรอะกรัง หรือมีสีติดมา
 3.  การเผาผิวของชิ้นงาน (Burn) สำหรับชิ้นงานที่มีสีติดมาต้องขจัดออกโดยการเผาสีด้วยความร้อน เนื่องจากไม่มีกระบวนล้างใดๆที่สามารถเอาสีออกได้ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการ              ชุบกัลวาไนซ์)
4. การล้างด้วยกรด (Pickling) ในกรณีที่ชิ้นงานมีการชุบ Galvanized  หรือ Zinc มาก่อนแล้ว  จะทำให้ไม่สามารถชุบงานได้  ทั้งนี้จะต้องมีการล้าง Galvanized หรือ Zinc ออกจากผิวของชิ้นงานก่อนจึงจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนการชุบขั้นตอนต่อไปได้

3. การล้างด้วยกรดรุนแรง (Pickling)
เมื่อเตรียมผิวชิ้นงานให้สามารถชุบได้แล้ว  จะต้องนำชิ้นงานมาล้างด้วยกรดเข้มข้นอีกครั้ง  ทั้งนี้เพื่อการกัดสนิมขนาดเล็กที่เกาะตามผิวของชิ้นงาน  ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานขั้นต่ำ  3 ชม.  ในกรณีที่ผิวของชิ้นงานมีปัญหา  อาจต้องล้างด้วยกรดเป็นระยะเวลา  24 – 48 ชม.หรือนานกว่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพชิ้นงาน(อาจเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากชิ้นงานมีสภาพผิวที่ไม่ปกติ)  หรือต้องนำไปเตรียมผิวใหม่อีกครั้ง

4. การชุบน้ำยาประสาน (Fluxing)
เมื่อล้างด้วยน้ำกรดเสร็จแล้ว  จะต้องนำชิ้นงานมาชุบน้ำยาประสาน (Flux)  ทั้งนี้เพื่อให้ชิ้นงานยึดติดกัลวาไนซ์ได้ดี 

5. การชุบ Hot-Dip Galvanized
หลังจากชุบด้วยน้ำยาประสานเสร็จแล้ว  จะต้องชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน (Hot-Dip Galvanized) ทันที  ในขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด อุณหภูมิประมาณ 430-460 องศาเซลเซียสโดยการชุบกัลวาไนซ์ แบ่งกรรมวิธีหลังการชุบได้ดังนี้
  - การเขย่า หรือเหวี่ยงทันที ใช้สำหรับงานพวกน็อต สกรู หรืองานขนาดเล็ก
  - การชุบแบบธรรมดาโดยไม่ต้องเขย่าใช้กับชิ้นงานขนาดใหญ่ทั่วไป

6. การตกแต่งผิวงาน( Finishing)
เพื่อให้สภาพผิวมีความสวยงามอาจมีการขัดด้วยตะไบหรือเจียร์ออกหาพบการย้อยหรือมีสังกะสีที่หนาเกินไป

7. การครวจสอบความหนาก่อนส่งมอบงาน(Inspection and Assurance)
จะต้องสุ่มตรวจความหนาของสังกะสีด้วยเครื่องตรวจสอบความหนา พร้อมการตรวจสภาพผิวก่อนส่งมอบเพื่อเป็นการยืนยันได้ว่าตรงตามความต้องการของลูกค้า
 
 

ขอบคุณ YP Engineering 


 
  <<previous     หน้า   next >> 
     
     
Current Pageid = 8